วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554
หากความรักฟังอยู่
นานเท่าไรแล้วที่ในชีวิต
ไม่ได้มีใครทำให้ใจของฉันรู้สึก
และนานเท่าไรแล้วที่ในส่วนลึก
ล่องลอยรอใครโดยไม่มีอะไรยึดเลย
และยังต้องเข้มเเข็งต้องไม่อ่อนไหวต้องแสดงว่าใจนั่นแกร่ง ทั้งที่เปล่าเลย
หากว่าความรักฟังอยู่ช่วยตะโกนตอบฉันหน่อย
ฉันฝืนรอคอยมีชีวิตลอยๆไม่ไหวอีกต่อไป
หากความรักฟังอยู่ได้โปรดออกมาได้หรือไม่
ให้ฉันนั้นได้พออุ่นใจว่าความรักที่ฉันกำลังรออยู่ มีตัวตนจริงๆ….
กี่ทีที่รอยยิ้มต้องปกปิดความเหงา
กี่ครั้งที่ความเศร้า ถูกบังด้วยความวุ่นวาย
และกี่เสียงหัวเราะ กลบเกลื่อนใจที่หาย
กี่หนที่ระบาย โดยไม่มีใครได้รับรู้เลย
และยังต้องเข้มเเข็งต้องไม่อ่อนไหวต้องแสดงว่าใจนั่นแกร่ง
ต้องคอยยิ้มเอาไว้ ต้องหัวเราะเอาไว้ทั้งที่ใจก็ไม่มีแรง
หากว่าความรักฟังอยู่ช่วยตะโกนตอบฉันหน่อย
ฉันฝืนรอคอยมีชีวิตลอยๆไม่ไหวอีกต่อไป
หากความรักฟังอยู่ได้โปรดออกมาได้หรือไม่
ให้ฉันนั้นได้พออุ่นใจว่าความรักที่ฉันกำลังรออยู่ มีตัวตนจริงๆ…
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ส่วนลึกของหัวใจฉันยังมีเธออยู่กับฉันทุกช่วงเวลา
ส่วนลึกของหัวใจฉันยังมีเธออยู่กับฉันทุกช่วงเวลา
ไม่ว่าทุกข์ สุข หรือเหงา เธอยังอยู่กับฉันเสมอ
ถึงแม้ว่ามันเป็นแค่ “ความรู้สึกที่ฉันมี”
แต่ฉันก็ยังภูมิใจที่ฉันยังสามารถเก็บความรู้สึก ๆ ดี ๆ
ที่เธอเคยให้ไว้กับฉัน ฉันยังจำวันแห่งความสุขของเราได้
ถึงแม้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่สั้น ๆ แต่ฉันจะขอจดจำมันไปตลอด
ถึงแม้ว่าคนข้าง ๆ ฉันตอนนี้มันไม่ใช่เธอ…
แต่ฉันก็จะยังคงขอเก็บเธอไว้ในส่วนลึกของหัวใจของฉัน
ฉันอาจจะเคยเสียใจ ร้องไห้ ทรมาน เหงา…
เวลาที่เธอจากไป….
แต่ฉันจะลบสิ่งเหล่านั้นออกไป..
ฉันจะเก็บ “ความสุข” ไว้กับฉันตลอดไป
เรามีสิทธิ์เลือกที่จะเก็บความรู้สึกดี ๆ และเลือกที่จะลบ
ความทรงจำที่ไม่ดีออกไปได้
และฉันจะเก็บสิ่งดี ๆ ให้อยู่กับฉันไปตราบนาน
แม้ว่าวันนี้ หรือวันต่อไป ไม่มีเขาอยู่ข้างกายแล้ว
ที่ใดมีรัก..ที่นั้นมีทุกข์..จริงหรือ?
ที่ใดมีรัก...ที่นั้นมีทุกข์ ได้ยินประโยคนี้ทีไรทำให้รู้สึกว่า มันยอมไม่ได้จริงๆ ที่จะมาโทษความรักว่าเป็นต้นเหตุของความทุกข์
ที่ใดมีรัก...ที่นั้นมีทุกข์ ช่วยอ่านกันใหม่อีกครั้ง แล้วพิจารณาด้วยใจ ว่าจริงๆแล้วเราทุกข์เพราะอะไร .... ใบ้ให้ก็ได้จากตัวเรานี่แหละ
เคยได้ยินประโยคของเพลงนี้หรือเปล่า.......“ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง”
ความหวังนี่เองที่ทำให้เราทุกข์ได้มากมายขนาดนี้...งง ล่ะสิ
“ที่ใดมีรัก...ที่นั้นมีความหวัง...ที่ใดมีความหวังที่นั้นมีทุกข์” นี่คือนิยามความรักของแอ้มเอง
“ความหวัง”ทำให้คนเรารู้สึกเป็นทุกข์....หวังทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ....หวังลมๆแล้งๆ เหมือนการคอยฝนในหน้าแล้ง
อย่าบอกเชียวนะ ว่าคุณมีความรักที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน หากคุณรักคนๆหนึ่ง คุณก็หวังที่จะให้เขารักตอบ
“สักนิด” “สักครั้ง ก็ยังดี” “ขอเพียงแค่นั้น” คุ้นๆหูคุ้นๆตาใช่ไหม เหล่านี้เป็นกำแพงที่เราสร้างขึ้น เพื่อยับยั้งความต้องการของเราเอง การยับยั้งความต้องการมันทรมานนะ คุณไม่รู้สึกเหรอ
มันเป็นความทรมานจากการห้ามความรู้สึกตัวเอง หลอกตัวเองว่าอย่ารักมากไปกว่านี้เลย ทั้งๆที่ความจริงก้อรักไปแล้วหมดหัวใจ
รักและคิดถึง เมื่อรักแล้วก้อต้องคิดถึง เวลาที่คิดถึงคุณมีความสุขหรือเปล่า ความคิดถึงกับความโหยหา ต่างกันตรงไหน? เวลาที่เราคิดถึงใคร
เราแอบคิดเสมอว่าเค้าจะคิดถึงเราอยู่บ้างไหม หรือคุณไม่เคยคิด
รู้สึกยังไงล่ะ.... ทรมานใช่ไหม ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่รู้ ว่าหวังแล้วจะมีผลอย่างไร เราก็จะทุกข์ตั้งแต่เราเริ่มหวังแล้ว เพราะความหวังมันจะมาพร้อมกับความกังวล และความไม่มั่นใจในสิ่งนั้น
หวังมาก ทุกข์มาก หวังน้อยทุกข์น้อย
ความหวังทำให้ชีวิตมีพลังใจ...ความหวังในความรัก... ทำให้เราตั้งใจเรียนผิดปกติ
(ทุกข์นะเนี่ย ปวดหัวจะแย่)
ความหวังทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีวันสมหวัง....ทำให้เราทรมานแทบขาดใจ
ความรักเป็นสิ่งสวยงาม....ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่ทำให้เรามีความทุกข์ ......
แล้วไอ้คำว่า ที่ใดมีรัก..ที่นั้นมีทุกข์นั้นจริงหรือ??? คำตอบทั้งหมดน่าจะอยู่ที่ใจคุณแล้วล่ะ
สิ้นสุดแล้วเริ่มต้นใหม่ได้ ... เพราะชีวิตมีทิศตะวันออกเสมอ
บ่อยครั้งที่ชีวิตผิดพลาด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เรามักจะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับความผิดพลาดนั้น ซ้ำเติมตัวเองให้ทุกข์ ให้เสียใจ และพยายามจะสร้างคำถามเพื่อค้นหาคำตอบให้ตัวเองอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าคำตอบที่สร้างขึ้นมานั้น มัน “ ไม่ใช่ความจริง” ที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากความเสียใจนั้นได้เลย
เราจึงยอมติดกับดักความเสียใจอย่างถอน ตัวไม่ขึ้น และกลายเป็นทาสของมันอย่างรู้ตัว รู้ว่าเสียใจแต่ก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นมา และเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่ทำไมเรายังเป็นทุกข์กับการเลือกที่จะเสียใจ และทำชีวิตให้มันแย่ลงกว่าเดิมทุกวันๆ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ารสชาติของมันสุดแสนจะขมขื่นมากมายเพียงใด
เพราะ “ เราเริ่มต้นใหม่ไม่เป็น”
เราเลยยังทุกข์ระทมไปกับความผิดพลาดของ ชีวิต สิ้นสุดแล้วแต่ก็เริ่มต้นใหม่ไม่ได้ ไปไม่เป็น เหมือนจะมองเห็นทาง แต่ก็เลือกที่จะปิดหู ปิดตา และไม่พยายามจะเปิดใจ เราจึงต้องอยู่กับความเศร้าเสียใจอยู่ทุกคืนทุกวัน ตอกย้ำความผิดพลาดให้ตัวเองอยู่อย่างนั้น
“Sunflower, sunflower, standing straight and tall,
Sunflower, sunflower, you’re the tallest flower of them all!
Sunflower, sunflower, when your seeds fall to the ground ,
Sunflower, sunflower, they’ll be found!”
ทานตะวันตระหง่านสูง
เจ้าช่างเป็นดอกไม้ที่สูงใหญ่
เมื่อเมล็ดร่วงหล่นสู่ผืนดิน
เราจะพบเจ้าอีกครั้ง... ดอกทานตะวัน
ลองมองดูวิถีดอกทานตะวันบ้างสิ ชีวิตมีแต่ความเบิกบาน เพราะรู้จักที่จะใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กับแสงตะวัน แสงสว่างที่ส่องนำทางให้ชีวิตทุกชีวิต “ ยังคงมีชีวิต” แม้ยามที่ดอกทานตะวันร่วงโรย ก็ยังคงทิ้งเมล็ดพันธุ์ให้เจริญเติบโตงอกงามและรับแสงตะวันได้ใหม่อีกครั้ง
เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ ปิดตัวเอง แล้วจมอยู่กับความคิดที่ว่าชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการเศร้าเสียใจ แล้วปล่อยให้ชีวิตมันไหลไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีคุณค่าและไร้จุดมุ่งหมาย จงใช้ชีวิตให้เป็นดั่งเช่นดอกทานตะวัน แม้ยามผิดพลาด เสียใจ ก็จะมีทางออกของชีวิตเสมอ อับจนหนทางอย่างไร แสงสว่างจากดวงตะวันก็จะคอยส่องทางให้เราได้พบเจอทางออก
“ ชีวิตเราจึงมีทางออก ตราบใดที่บนโลกใบนี้ยังมีทิศตะวันออก”
แม้ว่าชีวิตจะยังมืดมน จะยังคงจมอยู่กับความผิดพลาด เศร้าใจ ก็จงเศร้าให้ถึงที่ สุด เสียใจ ก็จงเสียใจเสียให้พอ หากยังร้องไห้ ขอให้ระบายน้ำตาออกมา อย่ากักเก็บมันไว้ เมื่อเราเสียใจอย่างถึงที่สุดแล้ว เราต้องกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง และพร้อมที่จะเป็นคนใหม่ ที่ใช้บทเรียนจากอดีตเป็นเหมือนเข็มทิศคอยช่วยบอกทางแก่ชีวิต เพราะ...
“ ความเศร้านั้นมีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ข้อเสียคือทำให้เราโศกาอาดูร
แต่ข้อดีของมันคือ... สอนให้เรารู้ว่าเราจะไม่ผิดพลาดตรงนี้อีก
เราจะต้องไม่ร้องไห้ให้กับมันอีก”
ใครบางคนเคยบอกเอาไว้ตอนที่เสียใจกับความผิดพลาดของชีวิตเพราะ ฉะนั้นแล้วเกิดเป็นคน มีความรู้สึกรู้สาเหมือนกันหมด สามารถเศร้าเสียใจกับอดีตที่ผิดพลาดได้เหมือนกันหมด และก็เริ่มต้นใหม่เหมือนกันหมดเช่นเดียวกัน ขอเพียงกล้าที่จะเป็นนกปีกหักที่พร้อมจะรักษาตัวเอง และออกเดินทางได้โดยไม่กลัวว่าหนทางข้างหน้าจะผิด พลาดซ้ำสอง อย่าลืมนะว่า ...
“ เรามีโอกาสผิดพลาดได้บ่อยครั้งเท่าไหร่ เราก็เดินถูกทางมากขึ้นเท่านั้น”
เพ้อ
เพ้อ......
หวนอาวรณ์ตอนหวานรักซ่านทรวง
เคยติดบ่วงห้วงฝันพลันสลาย
มาบัดนี้มีเพียงภาพเคียงกาย
สิ่งสุดท้ายปลายทางยามร้างปอง
ฟังเพลงแว่วแผ่วเสียงเพียงครวญคร่ำ
เหมือนน้ำคำพร่ำหาอาลัยหมอง
สิ้นแล้วสุขทุกเสี้ยวที่เกี่ยวดอง
ได้แต่มองท้องฟ้าสบตาดาว
สายตาเล็งเพ่งผ่านม่านฟ้าหลัว
ดูหมองมัวทั่วฟ้าเวหาหาว
สิ้นแล้วแสงแรงจันทร์อันสกาว
มวลหมู่ดาวราวเหงาเคล้าเมฆา
เหมือนบางคนจนใจเคยใกล้ชิด
กลับหักจิตคิดหลบไม่พบหน้า
ดั่งกับจันทร์วันเพ็ญช่างเย็นชา
หลบกายาลาเร้นไม่เห็นกัน
เก็บความซ้ำคร่ำครวญไม่หวนกลับ
รักลาลับดับแล้วแคล้วผกผัน
ด้วยไม่เป็นเช่นหวังดังใจกัน
จะฝืนฝันฟันฝ่าไขว่คว้าใย
...........................................................
"ความรัก"กับ"อากาศ" เลือกที่จะขาดสิ่งไหน
ไม่มีอากาศ . . . ก็ไม่มีลมหายใจ
ไม่มีความรัก ยังหายใจได้ เหมือนทุกวัน
อากาศไม่ต้องเสาะแสวงหา
แต่ความรักจะได้มาต้องบากบั่น
อากาศได้มาง่ายๆ และมีอยู่มากมายร้อยพัน
ส่วนความรัก แม้เพียงฝัน . . . ก็สุขใจ
อากาศแทบไม่มีน้ำหนัก
ส่วนความรัก ใครก็เห็นว่ายิ่งใหญ่
อากาศ ไม่เคยสร้างความเสียใจ
หากความรัก ทำให้ต้องร้องไห้ มีน้ำตา
อากาศ ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่
และความรัก ทำให้ลมหายใจทุกอณูมีคุณค่า
อากาศมองเห็นได้ยากด้วยสายตา
ส่วนความรัก เห็นด้วยตารู้ด้วยใจ
มีอากาศโลกก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่
มีความรักโลกจะกลายเป็นสีชมพูหวานไหว
สำหรับอากาศ เข้า-ออกตามลมหายใจ
แต่ความรักหากมีไว้ . . . ก็ไม่อยากสูญเสียไปสักนิดเดียว
ดูแลรักษาอากาศว่าลำบาก
ดูแลความรัก ยิ่งยุ่งยาก หากไม่ชอบแลเหลียว
อากาศมากเท่าไหร่ . . . ก็ไม่กลมเกลียว
ความรักแม้บางเบาก็แน่นเหนียว . . .และผูกพัน
ส่วนประกอบของอากาศสามารถบรรยาย
แต่ความรักไม่อาจอธิบายด้วยคำสั้นๆ
อากาศ อาจดี - แย่ แต่ละวัน
ส่วนความรักนั้น จะยังคงอบอุ่นกรุ่นหัวใจ
"ความรัก" กับ "อากาศ"
หากถามฉันว่าเลือกที่จะขาดสิ่งไหน
แม้อากาศจำเป็นสักเพียงใด
ในโลกที่ความรักสิ้นไร้ . .ก็ไม่อาจทนอยู่ได้ เช่นกัน. . .
ไม่มีความรัก ยังหายใจได้ เหมือนทุกวัน
อากาศไม่ต้องเสาะแสวงหา
แต่ความรักจะได้มาต้องบากบั่น
อากาศได้มาง่ายๆ และมีอยู่มากมายร้อยพัน
ส่วนความรัก แม้เพียงฝัน . . . ก็สุขใจ
อากาศแทบไม่มีน้ำหนัก
ส่วนความรัก ใครก็เห็นว่ายิ่งใหญ่
อากาศ ไม่เคยสร้างความเสียใจ
หากความรัก ทำให้ต้องร้องไห้ มีน้ำตา
อากาศ ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่
และความรัก ทำให้ลมหายใจทุกอณูมีคุณค่า
อากาศมองเห็นได้ยากด้วยสายตา
ส่วนความรัก เห็นด้วยตารู้ด้วยใจ
มีอากาศโลกก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่
มีความรักโลกจะกลายเป็นสีชมพูหวานไหว
สำหรับอากาศ เข้า-ออกตามลมหายใจ
แต่ความรักหากมีไว้ . . . ก็ไม่อยากสูญเสียไปสักนิดเดียว
ดูแลรักษาอากาศว่าลำบาก
ดูแลความรัก ยิ่งยุ่งยาก หากไม่ชอบแลเหลียว
อากาศมากเท่าไหร่ . . . ก็ไม่กลมเกลียว
ความรักแม้บางเบาก็แน่นเหนียว . . .และผูกพัน
ส่วนประกอบของอากาศสามารถบรรยาย
แต่ความรักไม่อาจอธิบายด้วยคำสั้นๆ
อากาศ อาจดี - แย่ แต่ละวัน
ส่วนความรักนั้น จะยังคงอบอุ่นกรุ่นหัวใจ
"ความรัก" กับ "อากาศ"
หากถามฉันว่าเลือกที่จะขาดสิ่งไหน
แม้อากาศจำเป็นสักเพียงใด
ในโลกที่ความรักสิ้นไร้ . .ก็ไม่อาจทนอยู่ได้ เช่นกัน. . .
ความเหงา...เล่าเรื่อง
วันนี้....ฉันทำได้เพียงแค่ ถอยหลังออกมายืนดูเธอ อยู่ห่าง ๆ อีกครั้ง
ซึ่งฉันก็จำไม่ได้แล้วว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ตั้งแต่เรารู้จักกันมา
บางครั้ง....เหมือนฉันเป็นคนสำคัญ
แต่บางที..ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย แม่แต่เศษผงที่ปลิวผ่านสายตาเธอ
ฉัน....ยังคงเป็นคนที่เดินหรือบางทีก็วิ่งจนล้มลุกคลุกคลานตามเธอเรื่อยมา
เธอ....ก็ยังเป็นคนที่มีกำแพงความเป็นส่วนตัวของเธอ ที่ทั้งสูงและแน่นหนา
บางครั้ง....เหมือนฉันเดินผ่านกำแพงนั้นไปได้อย่างง่ายดาย
บางครั้ง....ก็เหมือนกำแพงนั้นก่อตัวขึ้นใหม่ ทั้งสูงทั้งแน่นหนา จนฉันท้อใจ
แต่ทุกครั้ง ที่ฉันเริ่มถอดใจ....เธอ...ก็เริ่มมองเห็นฉันอีกครั้ง
แต่....ระหว่างทางที่เธอเดินไป...เธอได้เพื่อนร่วมทางใหม่ๆ ที่ถูกใจ
ฉัน....ก็จะหลุดออกมาอยู่นอกกำแพงของเธออีกครั้ง
บางที มันก็เหนื่อย....กับการที่ต้องพยายามทำให้เธอรู้ว่า ...ฉันยังมีตัวตนอยู่นะ...สนใจฉันหน่อยซิ
....จนวันนี้.....ฉัน....จะยังเป็น...ฉัน ...ที่ยังคงเดินตามเธอ
เพียงแต่...ฉันจะไม่พยายาม วิ่งตามเธอ จนล้มลุกคลุกคลานแล้วหล่ะ
...มันเหนื่อยเกินไป....
ฉัน....จะเดินทอดน่อง กินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ
มันคงทำให้ฉันไม่เหนื่อย...และ...เธอ ก็จะได้ไม่ต้องก่อกำแพงขึ้นมาอีก
....และ....ทุกครั้งที่เธอหันมา
ฉัน.....ก็ยังคงยิ้ม และ โบกมือให้เธอได้อย่างสุขใจจริง ๆ
ถึงแม้ว่า.......จริง ๆ แล้ว.......
ฉัน....อยากเดินไปพร้อม ๆ กับเธอมากกว่า....ก็ตาม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





